อาจารย์กี้   (927 views)

 

What is อาจารย์กี้ doing now?

.........My life is service
More than 1 month ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

May 27
 
Advertisement

Info

Birthday

May 27

Location

Thailand

 

About Me

Interests

Favorite Music

 

Favorite Movies

 

Favorite Quote

 

hi5 Games

Play hi5 Games

อาจารย์กี้ hasn't played any games recently.

Applications

Browse Applications

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

อาจารย์กี้ has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for อาจารย์กี้

Nov 5 1:26 AM
 
ปรึกษาปัญหากฎหมาย , เช็คเด้งต้องทำอย่างไร , ผู้จัดการมรดก , คดีบัตรเครดิต , กู้ยืม ค้ำประกัน จำนอง , คดีที่ดิน ทุกปัญหามีคำตอบ

สำนักงานทนายความธรรมานุสาร
605/131 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 92/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท์ 08-6381-7510
โดย
อาจารย์กี้ (ทนายคมเดช เสตางกูล นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6381-7510
อาจารย์ยุทธ (ทนายธีรยุทธ ต้นวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6378-3013
- รับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีแพ่งทุกประเภท เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ บังคับจำนอง ร้องขัดทรัพย์ ฯ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีความผิดอาญาทุกข้อหา
- คดีแรงงาน ครอบครัว ล้มละลาย คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีภาษีอากร
- ให้บริการร่าง-ตรวจสอบสัญญา ทุกประเภท
- รับดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
- ติววิชากฎหมายชั้นปริญญาตรี และ เนติบัณฑิต
 
May 11 11:26 PM
 
ปรึกษาปัญหากฎหมาย , เช็คเด้งต้องทำอย่างไร , ผู้จัดการมรดก , คดีบัตรเครดิต , กู้ยืม ค้ำประกัน จำนอง , คดีที่ดิน ทุกปัญหามีคำตอบ

สำนักงานทนายความธรรมานุสาร
605/131 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 92/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท์ 08-6381-7510
โดย
อาจารย์กี้ (ทนายคมเดช เสตางกูล นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6381-7510
อาจารย์ยุทธ (ทนายธีรยุทธ ต้นวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6378-3013
- รับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีแพ่งทุกประเภท เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ บังคับจำนอง ร้องขัดทรัพย์ ฯ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีความผิดอาญาทุกข้อหา
- คดีแรงงาน ครอบครัว ล้มละลาย คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีภาษีอากร
- ให้บริการร่าง-ตรวจสอบสัญญา ทุกประเภท
- รับดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
- ติววิชากฎหมายชั้นปริญญาตรี และ เนติบัณฑิต
 
May 11 11:25 PM
 
บทบาทของนักกฎหมายชาวต่างประเทศในยุคปฏิรูปกฎหมายและการศาลไทย
บทบาทของนักกฎหมายชาวต่างประเทศ ในยุคปฏิรูปกฎหมายและการศาลไทย
โดย นายสุทธิโชค เทพไตรรัตน์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑
สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ศาลไทยและหอจดหมายเหตุขึ้น เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์วัตถุโบราณ สิ่งของ และเอกสารที่ทรงคุณค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางการศาลยุติธรรม รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ทางการศาลยุติธรรมและระบบกฎหมายไทยที่ได้วิวัฒนาการตลอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งในอนาคตหากหอจดหมายเหตุมีความสมบูรณ์พร้อมทุกด้านก็จะอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้สนใจค้นคว้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศสมดังวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งต่อไป
เอกสารสำคัญชุดหนึ่งที่พิพิธภัณฑ์ศาลไทยและหอจดหมายเหตุเก็บรวบรวมไว้ คือ แฟ้มประวัติการรับราชการของนักกฎหมายชาวต่างประเทศ โดยในยุคของการปฏิรูปกฎหมายและการศาลไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีการจ้างนักกฎหมายชาวต่างประเทศมาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมากเพื่อช่วยปรับปรุงระบบกฎหมายไทยและวิธีพิจารณาคดีของศาลไทยให้หลุดพ้นจากข้อเสียเปรียบในเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขตทางการศาล ที่ประเทศไทยต้องยอมให้คนในบังคับต่างประเทศขึ้นศาลคดีต่างประเทศทั้ง ๆ ที่ ได้กระทำความผิดในประเทศไทย
นักกฎหมายชาวต่างประเทศเหล่านี้เข้ามาทำงานในตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาในการร่างกฎหมาย กรรมการร่างกฎหมาย และผู้พิพากษา โดยบางท่านมีตำแหน่งสูงถึง กรรมการศาลฎีกา ซึ่งเทียบเท่ากับตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกาในปัจจุบัน สำหรับรายชื่อนักกฎหมายชาวต่างประเทศเหล่านี้ได้คัดลอกมาจากชื่อที่เขียนไว้เป็นภาษาไทยในประวัติข้าราชการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษและชาวฝรั่งเศส โดยหากมีรายละเอียดอยู่ในแฟ้มประวัติก็จะระบุไว้พอเป็นสังเขป เช่น การได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งอัตราเงินเดือนซึ่งได้รับในอัตราที่สูงมาก เมื่อเทียบกับอัตราเงินเดือนของผู้พิพากษาไทยในสมัยนั้น เท่าที่สืบค้นมาจากประวัติของผู้พิพากษาชาวไทยหลาย ๆ ท่าน พอทราบรายละเอียดคร่าว ๆ ว่า ในสมัยนั้น ผู้พิพากษาชาวไทยที่เริ่มเป็นผู้พิพากษาฝึกหัดได้รับเงินเดือน ๑๒๐ บาท เมื่อเป็นผู้พิพากษาได้รับเงินเดือนประมาณ ๒๔๐ บาท ขึ้นไป ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้รับเงินเดือนประมาณ ๕๐๐ บาท ขึ้นไป ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้รับเงินเดือนประมาณ ๙๐๐ บาท ขึ้นไป รวมทั้งจากคำให้สัมภาษณ์ของพระยามานวราชเสวี (ปลอด วิเชียร ณ สงขลา) (ผู้สัมภาษณ์คือ นายเสริมศักดิ์ เทพาคำและคณะ พิมพ์ในหนังสือนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ วันรพี ๒๕๑๓) ก็ทำให้ทราบว่า ในสมัยที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมนั้น ผู้พิพากษาตุลาการได้เงินเดือนสูงมาก กล่าวคือ ชั้นต้นได้ถึง ๓ ชั่ง (ประมาณ ๒๔๐ บาท) ต่างกับข้าราชการฝ่ายอื่น ๆ เช่น ฝ่ายปกครอง กว่าจะเป็นเจ้าเมืองได้ถึง ๓ ชั่งก็ตั้งนาน และเงินเดือนผู้พิพากษานั้นขึ้นไปถึง ๕๐๐ บาทหรือ ๖๐๐ บาท เมื่อตอนที่พระยามานวราชเสวีเป็นอธิบดีศาลคดีต่างประเทศได้เงินเดือนถึง ๑,๐๐๐ บาท จากหลักฐานดังกล่าวจะเห็นว่าแม้ผู้พิพากษาไทยในสมัยนั้นจะได้รับเงินเดือนในอัตราที่สูงมาก แต่ก็ยังเป็นอัตราที่น้อยกว่านักกฎหมายชาวต่างประเทศ นอกจากแฟ้มประวัติของนักกฎหมายชาวอังกฤษและชาวฝรั่งเศสแล้ว ยังมีนักกฎหมายชาวเบลเยี่ยม ชาวลังกา และชาวญี่ปุ่นที่เข้ามามีบทบาทในยุคนั้นด้วย แต่ไม่มีแฟ้มประวัติอยู่ที่หอจดหมายเหตุ จึงได้พยายามค้นหาชื่อและผลงานมากล่าวไว้พอเป็นสังเขปด้วย
 
May 11 11:24 PM
 
นักกฎหมายชาวอังกฤษ
๑. นายเอ เอฟ เพ เฟนโนต์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๒ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๗๕ บาท ระหว่างปี ๒๔๕๔ ถึง ๒๔๖๗ ไปประจำศาลคดีต่างประเทศลำปาง ศาลแพ่ง ศาลคดีต่างประเทศนครศรีธรรมราช ตามลำดับ ในปี ๒๔๗๐ เป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลมณฑล ปี ๒๔๗๔ เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ปี ๒๔๗๙ เป็นที่ปรึกษากระทรวงยุติธรรมและกรรมการศาลฎีกา ต่อมาในปี ๒๔๗๙ รับตำแหน่งที่ปรึกษากระทรวงยุติธรรมตำแหน่งเดียว โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๕๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือไปนั่งร่วมพิจารณาคดีที่ ศาลจังหวัดชลบุรี ศาลมณฑลภูเก็ต และร่วมในการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา ท่านลาออกจากราชการเมื่อปี ๒๔๘๔ โดยได้รับบำนาญเดือนละ ๘๐๐ บาท (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้างประกอบด้วย)
๒. นายเคนเนธ แอนดริว ลอว์สัน (MR. KENNETH A. LAWSON)
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๕ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วต่อมาย้ายไปเป็นที่ปรึกษากฎหมายตามศาลต่าง ๆ อีกหลายศาล เช่น ศาลจังหวัดสงขลา ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศาลแพ่ง และศาลอาญา โดยได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึงอัตรา ๑,๒๐๐ บาท ในระหว่างไปเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลจังหวัดสงขลา ท่านได้ไปเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ เมื่อมาอยู่ศาลแพ่ง และศาลอาญา กระทรวงยุติธรรมให้ไปช่วยในการสอนของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองด้วย เมื่อค้นประวัติของท่านผู้นี้จากหนังสือที่ระลึกงานชุมนุมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ พ.ศ. ๒๕๒๕ ทราบเพิ่มเติมว่า ในระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ประเทศไทยอยู่ในฐานะจำยอมต้องประกาศสงครามกับประเทศสัมพันธมิตร ท่านต้องถูกคุมขังอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อถูกปล่อยตัวในปี ๒๔๘๘ จึงได้เดินทางกลับประเทศอังกฤษ
๓. นายซี แอล วัตซัน
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๔๗ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๐๙ บาท ๔๔ สตางค์ โดยไปประจำอยู่ตามศาลต่าง ๆ เช่น ศาลแพ่ง ศาลคดีต่างประเทศ ศาลพระราชอาญา แล้วต่อมาเลื่อนตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงนครบาล แล้วไปประจำอยู่ที่ศาลคดีต่างประเทศ ศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ศาลคดีต่างประเทศมณฑลพายัพ ตามลำดับ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๕๐๐ บาท ในระหว่างทำงานนั้นท่านได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปนั่งพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับคนในบังคับอังกฤษ ที่ศาลคดีต่างประเทศ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ศาลจังหวัดสระบุรี ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาลมณฑลพายัพ ศาลจังหวัดลพบุรี ท่านลาออกจากราชการเมื่อปี ๒๔๗๒ โดยได้รับพระราชทานเบี้ยบำนาญประเภทสูงอายุเดือนละ ๖๐๐ บาท และระหว่างรับราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราช้างเผือกชั้นที่ ๔ ภูษณาภรณ์ มงกุฎสยามชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ และเหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาระหว่างเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกับนายซี แอล วัตซัน โดยมีสาระสำคัญให้นายซี แอล วัตซัน ได้รับเบี้ยทำขวัญเมื่อถูกเลิกจ้าง และได้รับเบี้ยบำนาญสำหรับความทุพลภาพหรือชราภาพตามพระราชบัญญัติเบี้ยบำนาญ ร.ศ. ๑๒๐)
๔. นายไซเอดเอาซัล ป๊อกสตุน
สัญชาติแขกปาทาน (อินเดีย) เป็นคนในบังคับอังกฤษ เข้ามาทำงานในประเทศไทยในตำแหน่งคนยามสถานทูตฝรั่งเศสในปี ๒๔๕๗ จากนั้นในปี ๒๔๖๔ เป็นล่ามภาษาปาสดู ที่ศาลโปรีสภา แผนกต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๕๐ บาท ต่อมาในปี ๒๔๖๕ จนถึงปี ๒๔๗๕ เป็นล่ามแขกศาลโปรีสภาที่ ๑ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๘๐ บาท ในปี ๒๔๗๕ ป่วยไม่สามารถรับราชการได้ จึงถูกปลดออกจากราชการ
๕. นายดับเบิลยู. บี. เวย์ (W. B. Way)
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๐ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงยุติธรรม อัตราเงินเดือน ๓๗๕ บาท แล้วระหว่างปี ๒๔๕๒ ถึงปี ๒๔๖๖ ย้ายไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศมณฑลภูเก็ต ต่อมาปี ๒๔๖๗ ย้ายไปเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศมณฑลพายัพ โดยได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึงอัตรา ๑,๕๐๐ บาท ระหว่างรับราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราช้างเผือกชั้นที่ ๕ ทิพยาภรณ์ มงกุฎสยามชั้นที่ ๔ จัตุรถาภรณ์ และเหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ ในปี ๒๔๖๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกรับพระราชทานเบี้ยบำนาญโดยป่วยในประเภททุพลภาพ เดือนละ ๔๒๑ บาท ๓๔ สตางค์ และโอนเบี้ยบำนาญไปจ่ายทางสถานทูตสยามกรุงลอนดอน เดือนละ ๓๙ ปอนด์ ๙ ชิลลิง ๒ เปนซ์
 
May 11 11:24 PM
 
๖. นายทอมัสเทเลอร์ รัสเสลล์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๕ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท ในปี ๒๔๗๖ ย้ายไปเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลมณฑลพายัพ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๐๔๐ บาท ในปี ๒๔๗๙ ขอบอกเลิกสัญญา โดยได้รับตำแหน่งใน British Colonial Legal Service ซึ่งคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นประชุมปรึกษาลงมติอนุมัติให้เลิกสัญญาได้
๗. นายมาร์ติน อาร์.บี.โบวส์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๓ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท ระหว่างปี ๒๔๗๓ ถึง ๒๔๘๐ เป็นที่ปรึกษากฎหมายในศาลคดีต่างประเทศ ศาลมณฑลนครศรีธรรมราช ศาลจังหวัดสงขลา ศาลแพ่ง (แผนกพิเศษ) ศาลอาญา (แผนกพิเศษ) ศาลแขวงพระนครใต้ (แผนกพิเศษ) ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปนั่งประชุมปรึกษาคดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์ ไปนั่งฟังการพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดกำแพงเพชร ศาลจังหวัดตาก ศาลมณฑลภูเก็ต ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) ในปี ๒๔๘๐ ท่านลาพักไปยุโรปแล้วถึงแก่กรรมที่ประเทศอังกฤษ
๘. นายอาร์. ซี. เลมิง
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๐ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท ในปี ๒๔๗๙ เป็นที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลอุทธรณ์ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๖๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปรับราชการที่ศาลมณฑลพายัพชั่วคราว ในระหว่างที่ นายเยมส์ แมธิว ลาออก ไปนั่งพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดชัยนาท ศาลมณฑลราชบุรี ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน)
๙. นายแอททอน ยอนสัน
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๘ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายชั้นสำรอง อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วต่อมาไปช่วยที่ศาลโปรีสภา จากนั้นไม่ปรากฏรายละเอียดอื่นอีก (ในประวัติมีสำเนาคำแปลหนังสือสัญญาจ้างระหว่างอัครราชทูตสยามประจำกรุงลอนดอนกับนายแอททอน ยอนสัน)
 
May 11 11:23 PM
 
๑๐. นายเย อาร์ ซี ไลออนซ์


ภาพนายเย อาร์ ซี ไลออนซ์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๒ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๗๕ บาท แล้วต่อมาไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายศาลแพ่ง ศาลคดีต่างประเทศลำปาง ศาลพระราชอาญา ศาลคดีต่างประเทศมณฑลภูเก็ต ศาลแพ่ง ศาลคดีต่างประเทศกรุงเทพฯ และศาลโปรีสภา โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๕๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการได้รับคำสั่งจากกระทรวงยุติธรรมให้ไปนั่งฟังการไต่สวนคดีคนในบังคับอังกฤษ และนั่งพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดชัยนาท ศาลจังหวัดตาก ศาลมณฑลนครไชยศรี ศาลจังหวัดสุโขทัย ศาลจังหวัดราชบุรี ศาลจังหวัดหลังสวน ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ศาลจังหวัดสระบุรี ศาลจังหวัดชุมพร ศาลมณฑลราชบุรี ศาลจังหวัดสวรรคโลก ศาลจังหวัดมีนบุรี ศาลมณฑลจันทบุรี ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี และศาลจังหวัดตราด โดยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ จตุรถาภรณ์ช้างเผือก ในปี ๒๔๗๓ ท่านขอลาออกจากราชการรับพระราชทานบำนาญประเภทสูงอายุ เดือนละ ๕๒๕ บาท
๑๑. นายเย. เอส. ฮอกแมน
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๐ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วต่อมาไปเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลมณฑลภูเก็ต โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๐๔๐ บาท ขอลาออกจากราชการเมื่อ ปี ๒๔๗๕
๑๒. นายยอห์น วอลเตอร์ เยราลด์ สะแปโรว์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๒ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วต่อมาเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลมณฑลพายัพ ศาลแขวงพระนครใต้ (แผนกพิเศษ) ศาลโปรีสภา ศาล แพ่ง (แผนกพิเศษ) ศาลอาญา (แผนกพิเศษ) ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
๑๓. นายเยมส์. แมธิว
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๐ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายชั้นสำรองศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วต่อมาเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลมณฑลภูเก็ต และศาลมณฑลพายัพ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๙๖๐ บาท ในปี ๒๔๗๓ กระทรวงยุติธรรมขอเลิกสัญญาเนื่องจากป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง ไม่สามารถที่จะรับราชการต่อไปได้
๑๔. นายเยมส์ ฟรานซิซ ฮัจเจสสัน
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๙ ในตำแหน่งศาสตราจารย์ สภานิติศึกษา อัตราเงินเดือน
๑,๓๐๐ บาท และเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑.๕๐๐ บาท ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) ในระหว่างรับราชการได้รับคำสั่งจากเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมให้ไปนั่งฟังการพิจารณาคดีที่ศาลมณฑลจันทบุรี และศาลจังหวัดนนทบุรี
๑๕. นายรอเบร์ต เออร์สกิน ฮอลลันด์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๖ ในตำแหน่งที่ปรึกษากระทรวงยุติธรรม อัตราเงินเดือน
๒,๒๐๐ บาท แล้วในปีเดียวกันได้รับตำแหน่งกรรมการศาลฎีกาอีกตำแหน่งหนึ่ง ในระหว่างรับราชการได้เป็นกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์มงกุฎสยาม ในปี ๒๔๗๙ สิ้นสุดอายุสัญญาจ้างและได้เดินทางกลับไปประเทศอังกฤษ
๑๖. นายอาร์. ยี. แมคโดนาลด์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๒ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วไปประจำศาลคดีต่างประเทศ และศาลโปรีสภา โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๙๖๐ บาท (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้างแนบท้าย)
 
May 11 11:22 PM
 
นักกฎหมายชาวฝรั่งเศส
๑. นายชาร์ลส เรเนโยเซฟ มารี บิลี
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๖ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วต่อมาไปรับราชการที่ศาลแขวงพระนครใต้ (แผนกพิเศษ) และศาลโปรีสภา ลาออกจากราชการเมื่อปี ๒๔๘๐ เนื่องจากมีเหตุที่ไม่สามารถจะรับราชการต่อไปได้
๒. นายซี เนียล
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๐ ในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์กรุงเทพ อัตราเงินเดือน ๑,๒๕๐ บาท ระหว่างปี ๒๔๕๖ ถึง ๒๔๖๗ เป็นกรรมการศาลฎีกา อัตราเงินเดือน ๑,๖๐๐ บาท จนถึง ๒,๐๐๐ บาท ในปี ๒๔๖๙ เป็นที่ปรึกษากฎหมายชั้นที่ ๑ อัตราเงินเดือน ๒,๒๐๐ บาท รวมทั้งเงินเพิ่มพิเศษอีก ๒๐๐ บาทด้วย ในปีนี้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยามนูศรีธรรมประสาท และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก นายซี เนียล ลาออกจากราชการกลับไปประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ๒๔๗๕ เนื่องจากการป่วย (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาระหว่างเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกับนายซี เนียล มีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น อัตราเงินเดือน การขึ้นเงินเดือน สิทธิลาพักราชการปีละ ๒ เดือน สิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้านที่ได้เสียไปจริงแต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของเงินเดือน สิทธิได้รับค่าโดยสารกลับยุโรปเมื่อเลิกสัญญา เป็นต้น)
๓. นายซี. เลอร์เวก
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๐ ในตำแหน่งเลขานุการกรรมการร่างกฎหมาย อัตราเงินเดือน ๗๐๐ บาท ปี ๒๔๕๘ เลื่อนเป็นกรรมการร่างกฎหมาย อัตราเงินเดือน ๑,๔๐๐ บาท โดยทำงานในตำแหน่งดังกล่าวไปจนถึงปี ๒๔๖๙ จึงเป็นที่ปรึกษากฎหมายกิตติมศักดิ์กระทรวงการต่างประเทศอีกตำแหน่งหนึ่ง และในปี ๒๔๗๗ เป็นกรรมการศาลฎีกาอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๐๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปช่วยราชการในการชุมนุมสงบสงครามในยุโรป ไปราชการในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายของคณะข้าหลวงฝ่ายไทยประจำแม่น้ำโขง ครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๓ ตามอนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ว่าด้วยอินโดจีน และเป็นกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ. ๒๔๗๗ กับร่างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎสยาม ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก เหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ และเหรียญฉลองมหานคร (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาระหว่างเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกับนายซี.
เลอร์เวก มีรายละเอียดเช่นเดียวกับนายซี เนียล)

๔. นายประแดนิเกต์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๐ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๓๗ บาท ๕๐ สตางค์ ระหว่างปี ๒๔๕๒ ถึง ๒๔๕๖ เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลโปรีสภา ศาลแพ่ง ศาลคดีต่างประเทศ ศาลพระราชอาญา ตามลำดับ ในปี ๒๔๕๗ เลื่อนเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ต่อมาปี ๒๔๗๕ เป็นกรรมการศาลฎีกา โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๐๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปนั่งเป็นตระลาการในเรื่องคดีล้มละลายที่ศาลกงสุลอิตาลี ไปช่วยราชการในการชุมนุมสงบสงครามในยุโรปและเป็นตุลาการฝ่ายสยามในศาลผสมคนกลางของสยามกับเยอรมันตามสัญญาสันติภาพ โดยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ช้างเผือกชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ ประถมาภรณ์มงกุฎสยาม เหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ และเหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) ในปี ๒๔๗๗ ท่านลาออกจากราชการเพื่อรับบำนาญ โดยกระทรวงการคลังจ่ายเงินบำนาญประเภทสูงอายุให้เดือนละ ๗๓ ปอนด์ ๘ ชิลลิง ๙ เปนซ์ จนกระทั่งถึงแก่กรรมในปี ๒๔๘๑ (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาระหว่างเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกับนายประแดนิเกต์ โดยมีสาระสำคัญให้นายประแดนิเกต์ ได้รับเบี้ยทำขวัญเมื่อถูกเลิกจ้าง และได้รับเบี้ยบำนาญสำหรับความทุพลภาพหรือชราภาพตามพระราชบัญญัติเบี้ยบำนาญ ร.ศ. ๑๒๐)
๕. นายเรเนดาโซ
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๕ ในตำแหน่งกรรมการร่างประมวลกฎหมาย อัตราเงินเดือน
๑,๓๐๐ บาท โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๕๐๐ บาท ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎสยาม เหรียญบรมราชาภิเศก เงิน รัชกาลที่ ๗ และเหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน)
 
May 11 11:22 PM
 
๖. นายเรมองค์ ฟอลลิเยต์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๗๒ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วไปเป็นที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลโปรีสภา ศาล แพ่ง (แผนกพิเศษ) ศาลอาญา (แผนกพิเศษ) และศาลแขวงพระนครใต้ (แผนกพิเศษ) ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) ลาออกจากราชการเมื่อปี ๒๔๘๓ โดยได้รับเงินบำนาญเดือนละ ๓๖๕ บาท
๗. นายเรมี เดอ ปลัง เตอโรส
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๒ ในตำแหน่งกรรมการร่างประมวลกฎหมาย อัตราเงินเดือน
๑,๓๐๐ บาท โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๕๐๐ บาท ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มงกุฎสยามชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ เหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ และเหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) (ในประวัติมีสำเนาหนังสือสัญญาระหว่างเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกับนายเรมี เดอ ปลัง เตอโรส โดยมีสาระสำคัญให้นายเรมี เดอ ปลัง เตอโรส ได้รับเบี้ยทำขวัญเมื่อถูกเลิกจ้าง และถ้าออกจากราชการจะได้รับพระราชทานเงินค่าเดินทางเต็มราคาจากกรุงเทพถึงปารีส รวมกับค่าใช้จ่ายพิเศษอีกร้อยละสิบของค่าโดยสาร)
๘. นายโรแบรต์ แลงกาต์ (ร. แลงกาต์)

ภาพนายโรแบรต์ แลงกาต์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๖ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายศาลโปรีสภา อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท แล้วในปี ๒๔๖๗ ไปเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ จนถึงปี ๒๔๗๕ จึงไปเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๘๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้รับคำสั่งจากระทรวงยุติธรรมให้ไปสอนวิชากฎหมายฝรั่งเศสที่จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย และมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ท่านได้รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก เหรียญบรมราชาภิเศก เงิน รัชกาลที่ ๗ และเหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) ท่านออกจากราชการเมื่อปี ๒๔๘๓ โดยได้รับบำนาญปีละ ๖,๑๒๐ บาท
นายโรแบรต์ แลงกาต์ ได้รับปริญญาเอกทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในนครปารีส และได้รับประกาศนียบัตรทางด้านภาษาตะวันออก มีความเชี่ยวชาญภาษาไทยจนสามารถอ่านกฎหมายไทยและแต่งตำรากฎหมายไทยได้ ผลงานที่สำคัญคือ เป็นผู้ตรวจสอบกฎหมายตราสามดวงและจัดพิมพ์ขึ้นในปี ๒๔๘๒ รวมทั้งเป็นผู้เขียนตำราประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ซึ่งนับเป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง (านผู้สนใจสามารถหาอ่านประวัติเพิ่มเติมของนายโรแบรต์ แลงกาต์ได้จากในหนังสือ ๑๐๐ ปีกระทรวงยุติธรรม)
๙. นายเล. เดอร์ เกอร์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๐ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๓๗ บาท ๕๐ สตางค์ แล้วไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลมณฑลจันทบุรี ศาลพระราชอาญา ศาลคดีต่างประเทศ ศาลโปรีสภา และศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๕๐๐ บาท ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มงกุฎสยามชั้นที่ ๓
ตริตาภรณ์ กับตริตาภรณ์ช้างเผือก และ เหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ ในปี ๒๔๗๒ ลาพักแล้วลาออกจากราชการ โดยได้รับบำนาญประเภททุพพลภาพ เดือนละ ๕๒๕ บาท
๑๐. นายอาร์ กียอง
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๑ ในตำแหน่งผู้ช่วยร่างประมวลกฎหมาย อัตราเงินเดือน
๑,๕๐๐ บาท และในปีเดียวกันทำหน้าที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อีกตำแหน่งหนึ่ง ปี ๒๔๕๙ เป็นกรรมการร่างประมวลกฎหมาย จนถึงปี ๒๔๖๙ จึงเป็นที่ปรึกษาในการร่างกฎหมาย โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๕๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้ปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปนั่งประชุมพร้อมด้วยผู้พิพากษาที่ศาลอุทธรณ์กรุงเทพ และไปนั่งพิจารณาความที่ศาลกงสุลเบลเยี่ยม ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์มงกุฎสยาม เหรียญบรมราชาภิเศก ทอง รัชกาลที่ ๗ และเหรียญฉลองพระมหานคร (ทอง) (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้าง โดยมีสาระสำคัญให้นายอาร์ กียอง ได้รับบำเหน็จเมื่อมีการเลิกจ้างหรือเลิกสัญญา)
นายอาร์ กียอง มีบทบาทในการให้ความเห็นเรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศจากประเทศสยามเป็นประเทศไทย เพราะก่อนจะเปลี่ยนชื่อประเทศ คณะรัฐมนตรีลงมติให้นายอาร์ กียอง ทำบันทึกความเห็นเรื่องที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศมาประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายอาร์ กียอง มีความเห็นว่า การเปลี่ยนชื่อประเทศจะทำเป็นแบบแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือแบบพระราชบัญญัติตามปกติก็ได้ ซึ่งในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตกลงให้เป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี (จากหนังสือศิลปวัฒนธรรม มิถุนายน ๒๕๔๗ บทความเรื่อง ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อประเทศ ๒๔๘๒ โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล)
 
May 11 11:20 PM
 
๑๑. นายยี. ปาดูซ์ (Georges Padoux)
ไม่มีรายละเอียดการทำงานในแฟ้มประวัติ คงระบุแต่เพียงว่าได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญรัตราภรณ์ ว.ป.ร. ชั้นที่ ๓ และมงกุฎสยามชั้นที่ ๑ มหาสุภภรณ์ เมื่อค้นจากหนังสือบันทึกของนายยอร์ช ปาดูซ์ เกี่ยวกับการร่างกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗ ที่แปลและเรียบเรียงโดย รองศาสตราจารย์ ดร. สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิญญูชน) พบว่านายยอร์ช ปาดูซ์ มีตำแหน่งเป็นกงสุลฝรั่งเศสประจำประเทศสยามในสมัยนั้น และรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการร่างกฎหมายของรัฐบาลสยามด้วย โดยมีส่วนสำคัญในการยกร่างกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗

ภาพนายยอร์ช ปาดูซ์ และนายแบล็ค ที่ปรึกษากระทรวงยุติธรรม (คนที่หนึ่งและที่สองในแถวยืนถัดจากบนสุดลงมา) ถ่ายภาพกับผู้เข้าร่วมประชุมเทศาภิบาล กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๕๐ (ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภ. ๐๐๑ หวญ ๕๙ – ๑๒ (๓))
๑๒. นายยอง มูร์เนย์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๖ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๘๐๐ บาท โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๘๐๐ บาท ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ เหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
๑๓. นายเอมิล รี โวด์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๗ ในตำแหน่งศาสตราจารย์ สภานิติศึกษา อัตราเงินเดือน
๑,๓๐๐ บาท ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎสยาม และเหรียญบรมราชาภิเศก เงิน รัชกาลที่ ๗ ต่อมาในปี ๒๔๗๕ ลาพักไปยุโรปแล้วเลยลาออกจากราชการ ซึ่งกระทรวงการคลังได้จ่ายค่าทำขวัญให้เป็นเงิน ๑๐,๕๐๐ บาท (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้าง ระหว่างอัครราชทูตสยามประจำกรุงปารีสกับนายเอมิล รี โวด์)
๑๔. นายแอล ดู ปลาตร์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๒ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๗๕ บาท ระหว่างปี ๒๔๕๓ ถึงปี ๒๔๖๔ ไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลคดีต่างประเทศ ศาลแพ่ง มณฑลอุบลราชธานี มณฑลจันทบุรี ศาลโปรีสภาแผนกคดีต่างประเทศ ต่อมาระหว่างปี ๒๔๖๖ ถึงปี ๒๔๗๗ เลื่อนเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลอุทธรณ์กรุงเทพ เป็นผู้อำนวยการแผนกวิชาโรงเรียนกฎหมาย และคณบดีแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองตามลำดับ ในปี ๒๔๗๘ ถึง ๒๔๘๔ เป็นกรรมการศาลฎีกาและที่ปรึกษากฎหมายชั้น ๑ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๐๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปนั่งพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลมณฑลนครราชสีมา ศาลกงสุลฝรั่งเศส ศาลจังหวัดตราด ศาลจังหวัดระยองตามลำดับ ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก เหรียญบรมราชาภิเศก (เงิน) รัชกาลที่ ๗ เหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) และเหรียญจักรพรรดิมาลา ในปี ๒๔๘๔ ท่านลาออกจากราชการ และได้รับบำนาญ ปีละ ๙,๖๐๐ บาท (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้าง)
๑๕. นายแฮนรี่ โลรอง
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๐ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๗๕ บาท ระหว่างปี ๒๔๕๓ ถึงปี ๒๔๖๔ ไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลคดีต่างประเทศมณฑลอีสาณ ศาลพระราชอาญา ศาลโปรีสภาตามลำดับ ต่อมาในปี ๒๔๖๔ เลื่อนเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศกรุงเทพฯ ศาลอุทธรณ์กรุงเทพ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๕๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้รับคำสั่งจากกระทรวงยุติธรรมให้ไปทำการเป็นที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ โดยแบ่งเวลาไปทำการเมื่อว่างราชการในหน้าที่ทางกระทรวงยุติธรรม ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์ช้างเผือก มงกุฎสยามชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ และเหรียญบรมราชาภิเศก เงิน รัชกาลที่ ๗ ท่านลาออกจากราชการในปี ๒๔๗๒ และได้รับพระราชทานบำนาญ ปีละ ๗,๕๖๐ บาท
๑๖. นายเฮนรี เอกูต์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๗ ในตำแหน่งศาสตราจารย์สภานิติศึกษา อัตราเงินเดือน ๑,๓๐๐บาท โดยทำงานในตำแหน่งดังกล่าวจนถึง ปี ๒๔๖๙ มีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๕๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้รับคำสั่งจากเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมให้เป็นผู้แทนกระทรวงยุติธรรมในคณะกรรมการสำรวจวิธีการภาษีอากร ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎสยาม เหรียญบรมราชาภิเศก (เงิน) รัชกาลที่ ๗ เหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) (ในประวัติมีสำเนาคำแปลหนังสือสัญญาจ้างระหว่างอัครราชทูตสยามประจำกรุงปารีสกับนายเฮนรี เอกูต์)
 
May 11 11:20 PM
 
นักกฎหมายที่ไม่ปรากฏสัญชาติ
๑. นายเซกนิตย์
ไม่ปรากฏรายละเอียดในประวัติ คงมีเฉพาะที่ระบุว่าได้รับตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๓ มัณฑณาภรณ์ เมื่อปี ๒๔๕๘
๒. นายตัลลี คริสตี
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๘ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๖๐๐ บาท ในปี ๒๔๕๘ ไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลโปรีสภาแผนกคดีต่างประเทศ จนถึงปี ๒๔๖๒ ย้ายไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลคดีต่างประเทศมณฑลภูเก็ต โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๘๐๐ บาท ระหว่างรับราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่ ๕ เบญจมาภรณ์ ท่านถึงแก่กรรมเมื่อปี ๒๔๖๓ เนื่องจากป่วยเป็นโรคหัวใจพิการ
๓. นายตี. วอสเปอร์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๖๒ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๕๔๑ บาท ๙๓ สตางค์ ระหว่างปี ๒๔๖๓ ถึงปี ๒๔๖๖ ไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลโปรีสภาแผนกคดีต่างประเทศ แล้วต่อมาย้ายไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลคดีต่างประเทศมณฑลมหาราษฎร์ และผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลคดีต่างประเทศมณฑลพายัพตามลำดับ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๑๒๐ บาท ระหว่างรับราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบญจมาภรณ์ช้างเผือก
๔. นายทอนลี
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๔ ในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๑,๒๐๐ บาท ต่อมาระหว่างปี ๒๔๕๔ ถึง ๒๔๖๗ เป็นที่ปรึกษากฎหมายและผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๐๐๐ บาท ระหว่างรับราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๓ มัณฑณาภรณ์ ช้างเผือกชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ มงกุฎสยาม ชั้นที่ ๒ ท่านป่วยถึงแก่กรรมในปี ๒๔๖๘
๕. นายยี. อี. เวบป์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๙ ในตำแหน่งรองหุ้มแพร แล้วไม่ปรากฏรายละเอียดอื่นอีก
๖. นายสกินเนอร์เตอร์เนอร์
ไม่ปรากฏรายละเอียดการทำงาน ในประวัติระบุไว้แต่เพียงว่าได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๑ มหาสุภภรณ์ และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๓ ว.ป.ร. กรอบลงยา
๗. นายอาร์. ดับเบิลยู แอสตัน
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๔๘ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๕๐๐ บาท ระหว่างปี ๒๔๕๑ ถึง ๒๔๖๒ เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลแพ่ง ศาลคดีต่างประเทศ ศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ศาลมณฑลพายัพ แล้วในปี ๒๔๖๓ เลื่อนเป็นที่ปรึกษากฎหมายศาลคดีต่างประเทศ จากนั้นย้ายไปประจำศาลพระราชอาญา ศาลโปรีสภา ศาลมณฑลมหาราษฎร์ ศาลแพ่ง (แผนกพิเศษ) ศาลอาญา (แผนกพิเศษ) และศาลจังหวัดสงขลา ตามลำดับ ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปตรวจราชการที่ศาลต่าง ๆ และไปนั่งพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลต่าง ๆ ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญบรมราชาภิเศกเงิน รัชกาลที่ ๗ และเหรียญจักรพรรดิมาลา ท่านออกจากราชการเมื่อ ปี ๒๔๘๒ เนื่องจากครบกำหนดตามสัญญา
๘. นายอาร์. บี. เชริดัน
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๔๕ ในตำแหน่งผู้ช่วยแนะนำกฎหมาย อัตราค่าจ้างปีละ ๘๐๐ ปอนด์ ในปี ๒๔๔๖ เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ จนถึงปี ๒๔๖๘ ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น มหาอำมาตย์ตรี พระยาวิเทศธรรมมนตรี และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มงกุฎสยามชั้นที่ ๒ ทวีติยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก เหรียญจักรพรรดิมาลา เหรียญบรมราชาภิเศก เงิน รัชกาลที่ ๗ และวิสามัญสมาชิกต่างประเทศ ทุติยจุลจอมเกล้า ท่านถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี ๒๔๗๑ เนื่องจากป่วยเป็นโรคหัวใจ (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้าง โดยมีสาระสำคัญให้นายอาร์. บี. เชริดัน ได้รับเบี้ยทำขวัญเมื่อถูกเลิกจ้าง และได้รับเบี้ยบำนาญสำหรับความทุพพลภาพหรือชราภาพตามพระราชบัญญัติเบี้ยบำนาญ ร.ศ. ๑๒๐)
๙. นายอาร์. บี. เอช กิบบินซ์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๔๕ ในตำแหน่งผู้ช่วยกรมอัยการ อัตราเงินเดือน ๒๔๐ บาท แล้วในปี ๒๔๕๒ ไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลมณฑลพายัพ จนถึงปี ๒๔๕๘ ไปประจำศาลคดีต่างประเทศกรุงเทพฯ ศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ตามลำดับ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๐๐๐ บาท ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎสยาม และเหรียญบรมราชาภิเศก เงิน รัชกาลที่ ๗ ท่านลาออกจากราชการในปี ๒๔๗๔ และได้รับพระราชทานบำนาญ ปีละ ๙,๖๐๐ บาท (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้าง โดยมีสาระสำคัญให้นายอาร์. บี. เอช กิบบินซ์ ได้รับเบี้ยทำขวัญเมื่อถูกเลิกจ้าง และได้รับเบี้ยบำนาญสำหรับความทุพพลภาพหรือชราภาพตามพระราชบัญญัติเบี้ยบำนาญ ร.ศ. ๑๒๐)
๑๐. นายอาร์. แฮลโล แรนเบราน์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๙ ในตำแหน่งรองหุ้มแพร แล้วไม่ปรากฏรายละเอียดอื่นอีก
 
May 11 11:20 PM
 
๑๑. นายอี. อาร์. สตีเวนส์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๒ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน
๓๗๕ บาท ระหว่างปี ๒๔๕๓ ถึง ๒๔๖๘ ไปประจำศาลคดีต่างประเทศภูเก็ต ศาลคดีต่างประเทศนครศรีธรรมราช ศาลคดีต่างประเทศลำปาง ศาลมณฑลมหาราษฎร์ จากนั้นในปี ๒๔๖๙ เป็นที่ปรึกษากฎหมายชั้นที่ ๓ แล้วลาออกจากราชการเมื่อปี ๒๔๗๐ ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ช้างเผือกชั้นที่ ๕ เบญจมาภรณ์ มงกุฎสยามชั้นที่ ๔ จตุรถาภรณ์ และเหรียญบรมราชาภิเศก เงิน รัชกาลที่ ๗
๑๒. นายเอกส์. เดอลาฟอคาด
ไม่ปรากฏรายละเอียดในประวัติ คงมีเฉพาะที่ระบุว่าได้รับพระราชทาน ตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ เมื่อปี ๒๔๖๑
๑๓. นาย เอช. บี. ซิมปกินซ์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๙ ในตำแหน่งรองหุ้มแพร แล้วไม่ปรากฏรายละเอียดอื่นอีก
๑๔. นายเอ. ไครส์มาติน
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๙ ในตำแหน่งรองหุ้มแพร แล้วไม่ปรากฏรายละเอียดอื่นอีก
๑๕. นายเอ. ที. โอลปิ์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๙ ในตำแหน่งรองหุ้มแพร แล้วไม่ปรากฏรายละเอียดอื่นอีก
๑๖. นายเอฟ. เบ็ก
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๒ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๒๕๐ บาท ระหว่างปี ๒๔๕๔ ถึง ๒๔๖๕ ไปประจำศาลโปรีสภา ศาลมณฑลอีสาณ ศาลพระราชอาญา ศาลคดีต่างประเทศมณฑลจันทบุรี และศาลคดีต่างประเทศมณฑลอุบลราชธานี ตามลำดับ โดยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ช้างเผือกชั้นที่ ๕ เบญจมาภรณ์ ต่อมาในปี ๒๔๖๕ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตรับเบี้ยบำนาญในประเภททุพพลภาพ ปีละ ๒,๖๐๑ บาท ๕๓ สตางค์
๑๗. นายเอม เอฟ บาซาร์ด
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๒ โดยประจำอยู่ที่ศาลคดีต่างประเทศ อัตราเงินเดือน ๑,๕๐๐ บาท ต่อมาระหว่างปี ๒๔๕๘ ถึง ๒๔๗๓ เป็นกรรมการศาลฎีกา โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๙๕๐ บาท และได้รับเงินเพิ่มพิเศษอีก ๔๕๐ บาท ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์ช้างเผือก มงกุฎสยามชั้นที่ ๑ ประถมาภรณ์ เหรียญบรมราชาภิเศก ทอง รัชกาลที่ ๗ และเหรียญฉลองพระมหานคร (ทอง) ในปี ๒๔๗๕ ครบกำหนดสัญญารับราชการ ได้ออกรับพระราชทานบำนาญ ปีละ ๘,๘๕๐ บาท (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้าง)
๑๘. นายเอส เอช โคล
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๔๘ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๗๕ บาท ต่อมาระหว่างปี ๒๔๕๒ ถึง ๒๔๖๔ ไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๑,๒๐๐ บาท ในปี ๒๔๖๔ โอนขาดจากกระทรวงยุติธรรมไปกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราช้างเผือกชั้นที่ ๔ ภูษณาภรณ์ และตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์
๑๙. นายเอ เอฟ เฟ เฟนโนต์
เข้ามาทำงานในปี ๒๔๕๒ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย อัตราเงินเดือน ๓๗๕ บาท ในปี ๒๔๕๓ เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลคดีต่างประเทศ ต่อมาระหว่างปี ๒๔๕๓ ถึง ๒๔๗๘ ไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลคดีต่างประเทศลำปาง กองหมายและกองล้มละลาย ศาลแพ่ง ศาลคดีต่างประเทศนครศรีธรรมราช ศาลมณฑลพายัพ ศาลมณฑลนครศรีธรรมราช และศาลอุทธรณ์ตามลำดับ ในปี ๒๔๗๙ เป็นที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงยุติธรรมและกรรมการศาลฎีกา แล้วต่อมาเป็นที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงยุติธรรมตำแหน่งเดียว โดยมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึง ๒,๕๐๐ บาท ในระหว่างรับราชการนั้นท่านได้ไปปฏิบัติราชการพิเศษ ดังนี้ คือ ไปนั่งพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดหลังสวน ศาลมณฑลภูเก็ต เป็นผู้แทนกระทรวงยุติธรรมไปร่วมประชุมในการร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ข้อบังคับระหว่างประเทศเพื่อป้องกันเรือโดนกันในทะเล พ.ศ. ๒๔๘๑ ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก เหรียญบรมราชาภิเศก (เงิน) รัชกาลที่ ๗ เหรียญฉลองพระมหานคร (เงิน) และเหรียญจักรพรรดิมาลา ในปี ๒๔๘๕ ท่านลาออกจากราชการ และได้รับบำนาญ ปีละ ๙,๖๐๐ บาท (ในประวัติมีย่อหนังสือสัญญาจ้าง)
๒๐. นายแอล. ปี. เดเลสเต็ร
ไม่ปรากฏรายละเอียดในประวัติ คงมีเฉพาะที่ระบุว่าได้รับพระราชทาน ตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ เมื่อปี ๒๔๕๙
๒๑. นายชเลสเซอร์
ไม่มีแฟ้มประวัติ แต่ปรากฏจากภาพถ่ายของผู้เข้าร่วมประชุมเทศาภิบาล กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๔๒ ว่า นายชเลสเซอร์ ได้เข้าร่วมประชุมและถ่ายภาพด้วย

ภาพนายชเลสเซอร์ (คนที่สองจากซ้าย) ในแถวยืนห้าคน ถ่ายภาพหมู่กับผู้เข้าร่วมประชุมเทศาภิบาล กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๔๒ (ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภ. ๐๐๑ หวญ ๕๙ – ๕ (๑))
๒๒. นาย เจ. สจ๊วต แบล็ค (J . Steward Black)
ไม่มีแฟ้มประวัติ แต่ปรากฏจากภาพถ่ายของผู้เข้าร่วมประชุมเทศาภิบาล กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๕๐ ว่า นายแบล็ค ได้เข้าร่วมประชุมและถ่ายภาพด้วย
 
May 11 11:18 PM
 
นักกฎหมายชาวเบลเยี่ยม
๑. นายโรแลง ยัคแมงส์ (Gustave Rolin Jacquemyns)

ภาพเจ้าพระยาอภัยราชาฯ (โรแลง ยัคแมงส์)
ประวัติของท่านผู้นี้มีการกล่าวถึงในหนังสือหลายเล่ม สำหรับหนังสือ ๑๐๐ ปีกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นายโรแลง ยัคแมงส์ เป็นนักกฎหมายชาวเบลเยี่ยม ที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีของรัฐบาลเบลเยี่ยม เข้ามารับราชการในประเทศไทยในตำแหน่งที่ปรึกษาราชการแผ่นดินทั่วไป มีบทบาทสำคัญช่วยรัฐบาลไทยเจรจากับรัฐบาลฝรั่งเศสในกรณีพิพาทเรื่องดินแดน ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบน้อยที่สุด และช่วยรักษาเอกราชของประเทศไทยไว้ได้อย่างปลอดภัยที่สุด นายโรแลง ยัคแมงส์ ชักชวนนักกฎหมายชาวเบลเยี่ยมอีกหลายคนเข้ามาช่วยงานในประเทศไทย อาทิ เช่น นายโรเบิร์ต เคิร์กแพตทริก นายเอมิล จอดตรองด์ นายเฟลิเชียง การ์ติเอร์ และนายกอร์เนล ชเลสแซร์
นายโรแลง ยัคแมงส์ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยา เมื่อปี ๒๔๓๙ ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา มีชื่อเต็มว่า เจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ สกลนิติธรรมศาสตราจารย์ มหิบาลมหาสวามิภักดิ์ปรมัคราชมนตรี อภัยพิริยปรากรมพาหุ ครุฑนาม (หอจดหมายเหตุแห่งชาติ, เอกสารรัชกาลที่ ๕ แฟ้มที่ อ ๑๗ / ๙ เรื่อง คิดตั้งชื่อ ม. ยัคมินส์ เป็นเจ้าพระยาอภัยราชา) นับเป็นชาวต่างชาติคนที่สองที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ดังกล่าว หลังจากเจ้าพระยาวิชเยนทร์ หรือคอนสแตนติน ฟอลคอน ฝรั่งชาวกรีกที่รับราชการในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
นายโรแลง ยัคแมงส์ รับราชการในตำแหน่งที่ปรึกษาราชการทั่วไปของไทยเป็นเวลา ๘ ปี โดยในปี ๒๔๔๓ ท่านได้กราบถวายบังคมลาออกจากราชการกลับไปประเทศเบลเยี่ยม เพราะเห็นว่าประเทศไทยมีผู้มีความรู้ความสามารถมากขึ้นแล้วประกอบกับท่านเองก็ชรามากและสุขภาพไม่สมบูรณ์ จากนั้นในปี ๒๔๔๔ ท่านก็ถึงแก่อสัญกรรม ด้วยเหตุที่นายโรแลง
ยัคแมงส์รับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและจงรักภักดีอย่างแท้จริง ในสมัยต่อมา นักเรียนกฎหมาย ณ โรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม จึงได้สร้างรูปของนายโรแลง ยัคแมงส์ ด้วยหินอ่อนไว้เป็นที่ระลึก พร้อมด้วยพระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ และในวันที่เปิดพระรูปและรูปจำหลักนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “ส่วนเจ้าพระยาอภัยราชา (โรแลง ยัคแมง) แม้เป็นชาวต่างประเทศก็ได้รับราชการด้วยความจงรักภักดีและซื่อตรงต่อประเทศสยามอย่างแท้จริง ได้ช่วยเหลือเป็นกำลังสำคัญจัดแก้ระเบียบการศาลยุติธรรม” พระรูปและรูปจำหลักศิลาทั้งสองนั้นเดิมประดิษฐานที่โรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม เมื่อยกเลิกโรงเรียนกฎหมาย และมีการสถาปนามหาวิทยาลังวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง จึงถูกอัญเชิญมาไว้ ณ ห้องรับรองตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนปัจจุบันนี้ (ท่านผู้สนใจสามารถหาอ่านประวัติเพิ่มเติมของนายโรแลง ยัคแมงส์ได้จากในหนังสือ ๑๐๐ ปีกระทรวงยุติธรรม, ประวติศาสตร์กฎหมายไทย โดย รองศาสตราจารย์แสวง บุญเฉลิมวิภาส คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หนังสือ “ชาวต่างชาติในประเทศไทย“ โดย ส. พลายน้อย, หนังสือ
“รูปเก่าเล่าเรื่อง“ โดย พิษณุ จันทร์วิทัน และหนังสือ “ปูชนียบุคคลไทย“ เป็นต้น)

ภาพเจ้าพระยาอภัยราชา ฯ ถ่ายจากห้องทำงานในบางกอก โดยนายรอเบิร์ต เคิร์กแพททริก ยืนซ้าย

ภาพศิลาจำหลักรูปเจ้าพระยาอภัยราชา (โรแลง ยัคแมงส์)
๒. นายปิแอร์ โอร์ต

ภาพนายปิแอร์ โอร์ต ถ่ายในสยาม พ.ศ. ๒๔๓๙
นายปิแอร์ โอร์ต เข้ามาทำงานในปี ๒๔๓๙ ในตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมาย และทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโดยตรงของนายโรแลง ยัคแมงส์ ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลสยามให้เดินทางไปพิจารณาคดีตามศาลหัวเมือง และออกเยี่ยมหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อศึกษาปัญหาและนำเสนอต่อที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและองค์เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เพื่อประกอบการพิจารณาวางแนวทางในการปฏิรูปบ้านเมืองให้ทันสมัยและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเมือง นายปิแอร์ โอร์ต ได้เขียนบันทึกประจำวันไว้ด้วยลายมือ เกี่ยวกับการเดินทางไปหัวเมืองเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งท่านผู้สนใจสามารถหาอ่านได้จากในหนังสือ “ล้านนาไทยในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง“ โดย พิษณุ จันทร์วิทัน ซึ่งแปลและเรียบเรียงจากบันทึกต้นฉบับของหอจดหมายเหตุแห่งชาติกรุงบรัสเซลส์
๓. นายรอเบิร์ต เคิร์กแพททริก

ภาพนายรอเบิร์ต เคิร์กแพททริก ขณะออกทำงานที่คลองรังสิต พ.ศ. ๒๔๔๐
จากหนังสือ “ล้านนาไทยในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง” พบว่า นายรอเบิร์ต
เคิร์กแพททริก เป็นนักกฎหมายชาวเบลเยี่ยมคนแรกที่นายโรแลง ยัคแมงส์ ชวนมาร่วมงานด้วย และได้รับแต่งตั้งให้อยู่ในกรรมการชุดแรกที่รวบรวมชำระกฎหมายอาญา นายรอเบิร์ต
เคิร์กแพททริก ได้สมรสกับบุตรสาวของนายโรแลง ยัคแมงส์ในขณะอยู่ที่บางกอก แล้วต่อมานายรอเบิร์ต เคิร์กแพททริก ก็เสียชีวิตหลังจากทำงานไปได้ไม่นานเนื่องจากสุขภาพที่ทรุดโทรม

๔. นายเอมิล จอดตรองด์ (Emile Jottrand)
จากหนังสือ “ล้านนาไทยในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง“ กล่าวถึงว่า เป็นผู้เขียนหนังสือชีวิตในสยาม และได้พบประวัติเพิ่มเติมจากบทความเรื่อง “ย้อนอดีตสยามกับทายาท นายยอดตรัง“(Emile Jottrand) ที่ปรึกษากฎหมายชาวเบลเยี่ยมในสมัยรัชกาลที่ ๕ เรียบเรียงโดย
พลเดช วรฉัตร ผู้อำนวยการกองแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ พิมพ์ในหนังสือศิลปวัฒนธรรม
๕. นายเฟลิเชียง การ์ติเอร์
จากหนังสือ “ล้านนาไทยในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง“ กล่าวถึงว่า เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายที่เข้ามาช่วยงานในศาลคดีต่างประเทศ
๖. นายกอร์เนล ชเลสแซร์
จากหนังสือ “ล้านนาไทยในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง“ กล่าวถึงว่า เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายในศาลอาญา
๗. นาย A. Baudou
จากหนังสือ “รูปเก่าเล่าเรื่อง“ โดย พิษณุ จันทร์วิทัน กล่าวถึงว่า เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาชาวเบลเยี่ยมที่มาช่วยราชการในกระทรวงยุติธรรม
๘. นาย Patyrr
จากหนังสือ “รูปเก่าเล่าเรื่อง“ โดย พิษณุ จันทร์วิทัน กล่าวถึงว่า เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาชาวเบลเยี่ยมอีกท่านหึ่งในช่วงนั้น
 
May 11 11:17 PM
 
นักกฎหมายชาวลังกา
นายวิลเลี่ยม อัลเฟรด ติลเลกี (William Alfred Tilleke)

ภาพนายวิลเลี่ยม อัลเฟรด ติลเลกี
นายวิลเลี่ยม อัลเฟรด ติลเลกี เป็นนักกฎหมายชาวลังกาที่เข้ามาตั้งสำนักงานทนายความส่วนตัวในประเทศไทย ในปี ๒๔๓๕ และรับว่าความคดีพระยอดเมืองขวาง ในปี ๒๔๓๖ ทำให้ไทยพอใจมาก ต่อมาจึงเข้ารับราชการเป็นพนักงานว่าความกรมอัยการในศาลกงสุลต่างชาติ ภายหลังได้ขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นไทย และได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมอัยการ
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รวมทั้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรี โดยได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น มหาอำมาตย์โท พระยาอรรถการประสิทธิ ต้นสกุล
“คุณะดิลก“ ซึ่งจากบันทึกของนายยอร์ช ปาดูซ์ พบว่า นายวิลเลี่ยม อัลเฟรด ติลเลกี เป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่างกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗ ด้วย (ท่านผู้สนใจสามารถหาอ่านประวัติเพิ่มเติมของนายวิลเลี่ยม อัลเฟรด ติลเลกี ได้จากในหนังสือ ๑๐๐ ปีกระทรวงยุติธรรม)
 
May 11 11:16 PM
 
นักกฎหมายชาวญี่ปุ่น
นายมาซาโอะ โทคิจิ (Tokichi Masao)

ภาพพระยามหิธรมนูปกรณ์ โกศลคุณ (Tokichi Masao)
หนังสือราชการของไทยเรียกชื่อว่า “หมอมาเซา“ ท่านเป็นนักกฎหมายชาวญี่ปุ่นที่จบการศึกษาปริญญาเอกทางกฎหมายจาก Yale University และมหาวิทยาลัยโตเกียว เข้ามารับราชการในประเทศไทยเมื่อ ปี ๒๔๔๐ ทำหน้าที่ให้ข้อแนะนำและช่วยในการตรวจชำระกฎหมายลักษณะอาญา พระราชกำหนดบทพระอัยการเก่าใหม่ นายมาซาโอะรับราชการในประเทศไทยเป็นเวลานานถึง ๑๕ ปี โดยตำแหน่งสุดท้ายเป็นกรรมการศาลฎีกา และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยามหิธรมนูปกรณ์ โกศลคุณ หลังจากนั้นในปี ๒๔๕๖ นายมาซาโอะได้ลาออกจากราชการ เพื่อกลับไปรักษาอาการป่วยที่ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาในปี ๒๔๖๓ นายมาซาโอะ ได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย จึงได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย จนกระทั่งถึงแก่อนิจกรรมเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๔๖๔ ที่กรุงเทพมหานคร (ท่านผู้สนใจสามารถหาอ่านประวัติเพิ่มเติมของนายมาซาโอะได้จากในหนังสือ ๑๐๐ ปีกระทรวงยุติธรรม และหนังสือประวัติและผลงานของชาวต่างชาติในประเทศไทย เล่ม ๒ กรมศิลปากร พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙)
นักกฎหมายชาวต่างประเทศเหล่านี้มีคุณูปการต่อการปฏิรูปกฎหมายและการศาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดานักกฎหมายชาวเบลเยี่ยม ซึ่งถือเป็นชาติที่เป็นกลาง เมื่อมาปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอังกฤษและฝรั่งเศสก็ย่อมไม่มีข้อรังเกียจสงสัยต่าง ๆ ในระหว่างสองชาติดังกล่าว ผลงานของนักกฎหมายชาวเบลเยี่ยมเหล่านี้มีมากมาย ดังจะเห็นได้จากคำกล่าวของ ชาร์ลส บุลส์ นายกเทศมนตรีบรัสเซลส์ พ.ศ. ๒๔๓๔ ถึง พ.ศ. ๒๔๔๗ ในหนังสือ “ล้านนาไทยในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง“ ที่พิษณุ จันทร์วิทัน แปลและเรียบเรียงจากบันทึกต้นฉบับของหอจดหมายเหตุแห่งชาติกรุงบรัสเซลส์ดังนี้
“ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นการสมควรจะกล่าวเพิ่มเติมสักเล็กน้อยถึงภารกิจของ
เมซิเออร์ โรลัง จักแมงส์ และบรรดาผู้ช่วยชาวเบลเยี่ยม ภารกิจของคนเหล่านี้ได้แก่ การทำให้ชาวสยามซึ่งกำลังถูกคุกคาม ได้ตระหนักถึงความสำคัญในคุณค่าแห่งการธำรงอยู่อย่างเป็นเอกราช การติดอาวุธแห่งความรู้ด้านกฎหมายยุโรปเพื่อให้ชนชาวสยามสามารถใช้หลักนิติศาสตร์ตะวันตกในการขัดขวางการรุกรานจากตะวันตก การช่วยจัดกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ชาวสยามสามารถจะเรียกร้องความไม่ชอบธรรมเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต การจัดระเบียบการบริหารเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรของชาติอย่างมีแบบแผน ทั่งหลายทั้งปวงนี้คือการฟูมฟักให้ประเทศเล็ก ๆ ได้เติบใหญ่เป็นรัฐอันมั่นคงในภายภาคหน้า ข้าพเจ้าเห็นว่าภารกิจเหล่านี้นับเป็นสิ่งอันสมควรแก่การยกย่องบรรดาที่ปรึกษาเหล่านี้ล้วนมีความกล้าหาญและอดทนในการจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ในดินแดนอันห่างไกล ทั้งยังต้องเสี่ยงต่อสภาวะอากาศอันร้อนระอุและไม่เอื้ออำนวยต่อสุขภาพเช่นในสยาม”
 
May 11 11:13 PM
 
ปรึกษาปัญหากฎหมาย , เช็คเด้งต้องทำอย่างไร , ผู้จัดการมรดก , คดีบัตรเครดิต , กู้ยืม ค้ำประกัน จำนอง , คดีที่ดิน ทุกปัญหามีคำตอบ

สำนักงานทนายความธรรมานุสาร
605/131 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 92/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท์ 08-6381-7510
โดย
อาจารย์กี้ (ทนายคมเดช เสตางกูล นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6381-7510
อาจารย์ยุทธ (ทนายธีรยุทธ ต้นวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6378-3013
- รับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีแพ่งทุกประเภท เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ บังคับจำนอง ร้องขัดทรัพย์ ฯ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีความผิดอาญาทุกข้อหา
- คดีแรงงาน ครอบครัว ล้มละลาย คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีภาษีอากร
- ให้บริการร่าง-ตรวจสอบสัญญา ทุกประเภท
- รับดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
- ติววิชากฎหมายชั้นปริญญาตรี และ เนติบัณฑิต
 
May 11 11:11 PM
 
ปรึกษาปัญหากฎหมาย , เช็คเด้งต้องทำอย่างไร , ผู้จัดการมรดก , คดีบัตรเครดิต , กู้ยืม ค้ำประกัน จำนอง , คดีที่ดิน สอบถามได้ที่ ทุกปัญหามีคำตอบ

สำนักงานทนายความธรรมานุสาร
605/131 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 92/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท์ 08-6381-7510
โดย
อาจารย์กี้ (ทนายคมเดช เสตางกูล นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6381-7510
อาจารย์ยุทธ (ทนายธีรยุทธ ต้นวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6378-3013
- รับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีแพ่งทุกประเภท เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ บังคับจำนอง ร้องขัดทรัพย์ ฯ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีความผิดอาญาทุกข้อหา
- คดีแรงงาน ครอบครัว ล้มละลาย คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีภาษีอากร
- ให้บริการร่าง-ตรวจสอบสัญญา ทุกประเภท
- รับดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
- ติววิชากฎหมายชั้นปริญญาตรี และ เนติบัณฑิต
 
May 11 11:04 PM
 
ปรึกษาปัญหากฎหมาย , เช็คเด้งต้องทำอย่างไร , ผู้จัดการมรดก ร้องขออย่างไร สอบถามได้ที่

สำนักงานทนายความธรรมานุสาร
605/131 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 92/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท์ 0-2805-3841 , โทรสาร 0-2805-3841
ขอรับคำปรึกษาปัญหากฎหมาย ได้ที่
อาจารย์กี้ (ทนายคมเดช เสตางกูล นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6381-7510อาจารย์ยุทธ (ทนายธีรยุทธ ต้นวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6378-3013
- รับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีแพ่งทุกประเภท เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ บังคับจำนอง ร้องขัดทรัพย์ ฯ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีความผิดอาญาทุกข้อหา
- คดีแรงงาน ครอบครัว ล้มละลาย คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีภาษีอากร
- ให้บริการร่าง-ตรวจสอบสัญญา ทุกประเภท
- รับดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
 
May 11 4:37 AM
 
ปรึกษาปัญหากฎหมาย , เช็คเด้งต้องทำอย่างไร , ผู้จัดการมรดก ร้องขออย่างไร สอบถามได้ที่

สำนักงานทนายความธรรมานุสาร
605/131 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 92/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท์ 0-2805-3841 , โทรสาร 0-2805-3841
ขอรับคำปรึกษาปัญหากฎหมาย ได้ที่
อาจารย์กี้ (ทนายคมเดช เสตางกูล นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6381-7510อาจารย์ยุทธ (ทนายธีรยุทธ ต้นวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6378-3013
- รับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีแพ่งทุกประเภท เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ บังคับจำนอง ร้องขัดทรัพย์ ฯ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีความผิดอาญาทุกข้อหา
- คดีแรงงาน ครอบครัว ล้มละลาย คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีภาษีอากร
- ให้บริการร่าง-ตรวจสอบสัญญา ทุกประเภท
- รับดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร.
 
May 11 4:36 AM
 
ปรึกษาปัญหากฎหมาย , เช็คเด้งต้องทำอย่างไร , ผู้จัดการมรดก ร้องขออย่างไร สอบถามได้ที่

สำนักงานทนายความธรรมานุสาร
605/131 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 92/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท์ 0-2805-3841 , โทรสาร 0-2805-3841
ขอรับคำปรึกษาปัญหากฎหมาย ได้ที่
อาจารย์กี้ (ทนายคมเดช เสตางกูล นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6381-7510อาจารย์ยุทธ (ทนายธีรยุทธ ต้นวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6378-3013
- รับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีแพ่งทุกประเภท เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ บังคับจำนอง ร้องขัดทรัพย์ ฯ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีความผิดอาญาทุกข้อหา
- คดีแรงงาน ครอบครัว ล้มละลาย คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีภาษีอากร
- ให้บริการร่าง-ตรวจสอบสัญญา ทุกประเภท
- รับดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร...
 
May 11 4:36 AM
 
ปรึกษาปัญหากฎหมาย , เช็คเด้งต้องทำอย่างไร , ผู้จัดการมรดก ร้องขออย่างไร สอบถามได้ที่

สำนักงานทนายความธรรมานุสาร
605/131 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 92/2 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
โทรศัพท์ 0-2805-3841 , โทรสาร 0-2805-3841
ขอรับคำปรึกษาปัญหากฎหมาย ได้ที่
อาจารย์กี้ (ทนายคมเดช เสตางกูล นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6381-7510อาจารย์ยุทธ (ทนายธีรยุทธ ต้นวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต (รามคำแหง) , เนติบัณฑิตไทย ) 08-6378-3013
- รับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีแพ่งทุกประเภท เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ บังคับจำนอง ร้องขัดทรัพย์ ฯ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- ให้บริการด้านที่ปรึกษากฎหมาย ฟ้อง ร้อง ต่อสู้ คดีความผิดอาญาทุกข้อหา
- คดีแรงงาน ครอบครัว ล้มละลาย คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีภาษีอากร
- ให้บริการร่าง-ตรวจสอบสัญญา ทุกประเภท
- รับดำเนินการจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร.........

Title
body